พลังงานของข้าวกล้อง

ข้าวกล้อง”หมายถึงข้าวสีน้ำตาลขุ่นที่ได้จากการขัดข้าวเพียงแค่ครั้งเดียว แค่เพียงให้เปลือก (แกลบ) หลุดออก ที่เหลือเป็นเนื้อหรือเมล็ดข้าวสาร ที่ยังมีจมูกข้าวรวมทั้งเยื่อห่อหุ้มเมล็ดข้าว(รำ) ข้าวขาวที่พวกเรากินกันอยู่เป็นข้าวที่ได้จากการขัดหลายๆครั้ง ถึง 7 ครั้ง กระทั่งจมูกข้าวและก็เยื่อห่อหุ้มเมล็ดข้าวหลุดออกไปด้วย ก็เลยเหลือแค่เมล็ดข้าวสีขาวงาม ซึ่งเป็นเพียงแค่แป้งที่ให้แม้กระนั้นพลังงานเพียงแค่นั้น ไม่มีค่าทางของกินอื่นๆ

 

ข้าวซ้อมมือมีคุณค่าทางของกินที่เป็นประโยชน์ยิ่ง เพราะเหตุว่าครบถ้วนบริบูรณ์ด้วยองค์ประกอบของจมูกข้าวรวมทั้งเยื่อหุ้มห่อเม็ด อันเป็นส่วนที่จะเจริญวัยฯลฯ ข้าว อุดมด้วยวิตามินบี วิตามินอี ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระตัวสำคัญ เยื่อหุ้มห่อเม็ดจะมีใยอาหารที่ดีสูง ทางแวดวงแพทย์พบว่าเส้นใยพวกนี้ มีส่วนช่วยปกป้องโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่รวมทั้งกระเพาะ ยังมีส่วนช่วยปกป้องไขมันประเภทอิ่มตัวถูกดูดซับลงสู่กระเพาะของกินอีกด้วย

 

บางบุคคลเรียกข้าวซ้อมมือว่า “ข้าวซ้อม” ด้วยประชาชนในอดีตใช้มือตำให้เปลือกข้าวหลุดออก เพื่อใช้กินกันเองในครอบครัว เยื่อห่อหุ้มเม็ด(รำ) รวมทั้งจมูกข้าวจะหลุดออกไปนิดหน่อย แม้กระนั้นในปัจจุบันนี้พวกเราใช้เครื่องจักรสีข้าวแทน รวมทั้งเรียกผลิตผลที่ได้จากการขัดข้าวเพียงแต่ครั้งเดียวนี้ว่า “ข้าวซ้อมมือ” สำหรับ “ข้าวแดง” เป็นประเภทข้าวซ้อมมือที่มีเยื่อหุ้มห่อเม็ดสีแดงผ่านการขัดเพียงแต่ครั้งเดียวเหมือนกัน ดังเช่น ข้าวแดงมันปู ข้าวสังข์หยด

 

ชาวไทยทานข้าวกล้องถ่ายรูปมาหลายพันปี เพิ่งจะหันมารับประทานข้าวขาวเมื่อราว 100 ปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้เอง การที่บรรพบุรุษของพวกเรารู้จักรับประทานเมล็ดพืชที่มีคุณประโยชน์เป็นอันมากเป็นของกินหลักแบบนี้ ทำให้คนประเทศไทยมีร่างกายแข็งแรง รวมทั้งสามารถตกทอดบุตรหลานมาจนกระทั่งตอนนี้

 

เราหลงทางมีความรู้สึกว่าข้าวขาวดีมากกว่าข้าวซ้อมมือเนื่องจากว่าวิชาความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ว่าเมื่อวิทยาศาสตร์การแพทย์รุ่งโรจน์ขึ้น มนุษย์มีความรู้เพิ่มมากขึ้นว่า ข้าวซ้อมมือเป็นของกินที่ดีเยี่ยมที่สุด คนทั้งโลกก็เลยหันมาพอใจข้าวซ้อมมือ รวมถึงชาวไทยผู้รักสุขภาพด้วย

 

เมื่อคิดจะเชื้อเชิญชาวไทยให้หันมาทานข้าวกล้องถ่ายรูปให้เยอะขึ้น ก็เลยจะต้องเอ่ยถึงคุณประโยชน์ของข้าวซ้อมมือว่า ดียังไงต่อร่างกาย เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับเพื่อการตรึกตรองเปลี่ยนแปลงมากินข้าวซ้อมมือแทนข้าวขาวถัดไป

 

ข้าวซ้อมมือเป็นของกินชนิดคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน

 

ของกินจำพวกแป้งแล้วก็น้ำตาล เป็นของกินที่พวกเรารู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า คาร์โบไฮเดรต เป็นของกินกรุ๊ปสำคัญ 1 ใน 5 กลุ่ม ซึ่งร่างกายอยากได้มากยิ่งกว่าของกินกลุ่มอื่น เนื่องจากว่าเป็นกรุ๊ปที่ให้พลังงาน คาร์โบไฮเดรตแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหมายถึงคาร์โบไฮเดรตเชิงโดดเดี่ยว (Simple carbohydrate) รวมทั้งคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (Complex carbohydrate)

 

คาร์โบไฮเดรตเชิงผู้เดียวเป็นเป็นน้ำตาลโมเลกุลโดดเดี่ยว หรือ 2 โมเลกุล ที่ร่างกายดูดซับไปใช้ได้แทบเมื่อตกถึงท้องโดยไม่ต้องเสียเวล่ำเวลาย่อย ตัวอย่างเช่น น้ำตาลกลูวัวลิน น้ำอัดลม น้ำตาล น้ำหวาน ฯลฯ สำหรับคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน จะมีความซับซ้อนมากยิ่งกว่า เป็นของกินหยาบคาย โมเลกุลใหญ่ ก็เลยจำเป็นต้องใช้เวลาสำหรับการย่อยเป็นเวลายาวนานกว่าจะได้เป็นน้ำตาลผู้เดียวซึ่งถูกดูดซับเข้าไปในกระแสโลหิต ตัวอย่างเช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวโพด ข้าวสาลีโฮลวีต ขนมปังโฮลวีต ลูกเดือย เผือก มัน ฯลฯ

 

จะเจอได้ว่า เมื่อรู้สึกโหยพวกเรารับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงผู้เดียว เป็นต้นว่า กินน้ำอัดลม ระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงมากขึ้นมาทันหน โน่นหมายคือ ในช่วงเวลาที่น้ำตาลในเลือดต่ำ ทำให้พวกเรารู้สึกเหนื่อย อ่อนระโหยโรยแรง ถ้าเกิดกินน้ำอัดลมเข้าไปจะรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาโดยทันที อาการเหนื่อยๆคล้ายกับหายเป็นปลิดทิ้ง

 

ตรงกันข้าม เมื่อรู้สึกโหยแล้วรับประทานข้าวกล้องถ่ายรูปซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนต้องนอนคอยราวครึ่งชั่วโมง คอยให้ร่างกายเบาๆย่อย ซึ่งกว่าระดับน้ำตาลในเลือดจะขึ้นสูง อยากได้ในขณะที่ยาวนานกว่าเท่าไรนัก ก็เลยส่งผลให้เรารู้ผิดมานานว่า ของกินที่ไม่ต้องย่อย ได้แก่ น้ำตาลคงจะดีมากกว่าคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน อย่างเช่น ข้าวซ้อมมือ

 

การใช้น้ำตาล ร่างกายจำต้องพึ่งอินซูลิน

 

การที่น้ำตาลจะเข้าไปในเซลล์ของมนุษย์จำเป็นที่จะต้องพึ่งอินซูลินซึ่งผลิตมาจากตับอ่อน หากอินซูลินไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะใช้น้ำตาลมิได้ น้ำตาลจะเหลือรวมทั้งลอยอยู่ในกระแสโลหิต ทำให้เป็นโรคโรคเบาหวาน

 

มีสิ่งหนึ่งที่พวกเราไม่ค่อยได้รู้กันในเรื่องอินซูลิน ก็คือ ร่างกายไม่เคยผลิตอินซูลินขึ้นเพื่อมาเก็บไว้ใช้ แม้กระนั้นเมื่อใดก็ตามที่พวกเรารับประทานแป้ง ระบบย่อยจะแปลงแป้งโมเลกุลใหญ่ให้เป็นน้ำตาลเดกซ์โทรสไปสู่กระแสโลหิต แล้วน้ำตาลโมเลกุลนี้จะไปกระตุ้นให้เซลล์ในตับอ่อนปฏิบัติหน้าที่เริ่มผลิตอินซูลิน ถัดมาระดับของอินซูลินจะเบาๆมากขึ้นอย่างช้าๆ

 

ด้วยเหตุดังกล่าวเมื่อพวกเรารับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงผู้เดียว อย่างเช่น น้ำอัดลม น้ำตาลในเลือดก็จะมากขึ้นอย่างเร็ว แต่ว่าอินซูลินซึ่งย่อมมีน้อชูว่าในภาวการณ์แบบนั้นตามที่ได้กล่าวมา จำนวนน้ำตาลและก็จำนวนอินซูลินก็เลยกำเนิดความไม่พอดี น้ำตาลที่เหลือมากมายในกระแสโลหิตจะถูกเปลี่ยนแปลงให้เป็นไขมัน แล้วก็ทำให้อ้วนสุดท้าย

 

แม้กระนั้นถ้าหากพวกเรารับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ระบบย่อยต้องใช้เวลานานสำหรับเพื่อการเปลี่ยนแปลงแป้งให้เป็นน้ำตาลเดกซ์โทรส โดยเหตุนั้น น้ำตาลที่จะเข้าไปภายในร่างกายแล้วก็ค่อยๆทยอยไปกันอย่างช้าๆอันเป็นอัตราที่เร็วพอดิบพอดีกับการสร้างอินซูลินของร่างกายนั่นเอง

 

รับประทานข้าวกล้องถ่ายรูปปกป้องโรคเบาหวาน

 

เห็นได้ชัดว่าการรับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนเหมาะสมกับธรรมชาติของร่างกายมนุษย์เรามากยิ่งกว่า ด้วยเหตุว่าเดกซ์โทรสจะใช้เวลาเบาๆไปสู่ร่างกาย พอกับที่ตับอ่อนเบาๆผลิตอินซูลินออกมา ไม่ทรมาทรกรรมตับอ่อนของพวกเรามากจนเกินความจำเป็น

 

การกินน้ำอัดลม น้ำหวาน หรือขนมหวาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดที่มากขึ้นอย่างเร็วนั้นไปรีบให้ ufabet ตับอ่อนรีบสร้างอินซูลินออกมาให้ทันใช้ เมื่อตับอ่อนถูกบังคับอยู่เป็นประจำแบบนั้น ถัดมาร่างกายจะทนไม่ไหว และไม่ยอมสร้างอินซูลินออกมา ผลก็คือปัญหาอินซูลินน้อยเกินไปใช้ภายในร่างกาย ระดับน้ำตาลในเลือดก็จะสูงทำให้เป็นโรคโรคเบาหวานทุติยภูมิ ซึ่งเป็นโรคเบาหวานประเภทที่เกิดกับผู้มีอายุสุดท้าย

 

จากการเรียนรู้ในชนเผ่าอินเดียนแดงก่อนปี คริสต์ศักราช1940 เทียบกับอินเดียนแดงเดี๋ยวนี้ พบว่า เมื่อก่อนอินเดียนแดงรับประทานข้าวโพด ข้าวฟ่าง เมล็ดพืช ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนเป็นของกินหลัก พบว่า ไม่มีอินเดียนแดงเป็นโรคเบาหวานเลย แม้กระนั้นเมื่ออินเดียนแดงหันมาทานอาหารแบบคนประเทศอเมริกาดังเช่นว่าแป้งขัดขาว น้ำอัดลม ก็พบว่าอัตราการเกิดเบาหวานในอินเดียนแดงเพิ่มสูงมากขึ้นเสมอกันกับในคนประเทศอเมริกา

 

ยังมีการศึกษาเล่าเรียนในชนพื้นเมืองเผ่าหนึ่งในอิสราเอลที่รับประทานแต่ว่าเมล็ดพืชเป็นของกินหลัก ก็ไม่พบว่ามีคนเป็นโรคเบาหวาน แต่ว่าเมื่อของกินแปรไปเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงผู้เดียวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปรากฎว่ากำเนิดโรคเบาหวานในชั่วลูกชั่วหลานแรก ทั้งยังคนรุ่นลูกก็ได้เบาหวานตกทอดเป็นพันธุกรรมด้วย

 

แปลว่าการกินของกินนั้นมีส่วนอย่างมากต่อการก่อกำเนิดเบาหวาน การกินคาร์โบไฮเดรตเชิงโดดเดี่ยว ดื่มน้ำตาล ของว่าง น้ำอัดลม มากเกินความจำเป็น ทำให้ตับอ่อนผลิตอินซูลินไม่ทัน และก็กำเนิดเบาหวานท้ายที่สุด

 

การกินข้าวซ้อมมือซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ก็เลยเป็นแนวทางหนึ่งที่จะคุ้มครองป้องกันการเกิดเบาหวาน ข้าวซ้อมมือเป็นข้าวที่จำต้องอาศัยเวลาสำหรับการย่อย อัตราความเร็วสำหรับการย่อยข้าวซ้อมมือจะพอดิบพอดีกับอัตราความเร็วสำหรับในการผลิตอินซูลิน ก็เลยกำเนิดความสมดุลระหว่างการกินกับการใช้น้ำตาลของร่างกาย ตับอ่อนดำเนินการไม่หนักเกินความจำเป็น ก็เลยคุ้มครองการเกิดเบาหวานทุติยภูมิได้

 

ข้าวซ้อมมือคุ้มครองสภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

 

ภาวการณ์น้ำตาลในเลือดต่ำ เป็นสภาวะที่ร่างกายมีน้ำตาลน้อยเกินไปใช้ เปรียบรถยนต์ที่มีน้ำมันน้อยเกินไปใช้ ร่างกายก็จะมีพลังงานใช้ไม่พอ ทำให้หมดแรง อ่อนล้า เวียนหัว ไม่ขมีขมัน เชื่องช้าเนือย

 

ปกติระดับน้ำตาลในเลือดจะมีค่าระหว่าง 60 – 110 มิลลิกรัม/ดล. หรูหราน้ำตาลเกิน 110 มิลลิกรัม/ดล. นับว่ามีน้ำตาลในเลือดสูงรวมทั้งจัดว่าเป็นโรคโรคเบาหวาน ถ้าหากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำยิ่งกว่า 80 มิลลิกรัม/ดล. จะมีลักษณะอาการหมดแรง รวมทั้งเป็นลมเป็นแล้งได้ แม้กระนั้นถ้าหากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลงยิ่งกว่า 60 มิลลิกรัม/ดล. นับว่ามีภาวการณ์น้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งไม่ต่ำลงยิ่งกว่าธรรมดา แม้กระนั้นต่ำพอที่จะมีผลให้กำเนิดอาการดังที่กล่าวมาข้างต้นได้ ถ้าเกิดอดหลับอดนอน หรือทำงานมาก ใช้พลังงานมากยิ่งกว่าธรรมดา ร่างกายจะทนไม่ไหว เนื่องจากน้ำตาลจะถูกใช้ไปอย่างเร็วจนกระทั่งไม่มีพลังงานสะสมไว้อยู่เลย

 

สภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเกิดขึ้นได้ ที่เกิดจากการกินคาร์โบไฮเดรตเชิงผู้เดียวมากจนเกินความจำเป็น กลุ่มคนเหล่านี้โดยมากมีประวัติรับประทานของว่าง กินน้ำอัดลมมากมาย เมื่อได้รับน้ำตาลในจำนวนสูง ก็จะเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายผลิตอินซูลินออกมามากมายๆเพื่อพอดิบพอดีกันกับระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้น ซึ่งเมื่ออินซูลินถูกหลั่งออกมามากมายก็จะพาน้ำตาลไปสู่เซลล์อย่างเร็ว แต่ว่าระดับน้ำตาลในเลือดจะน้อยลงโดยทันที ก็เลยกำเนิดปรากฎการณ์ของสภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ขณะเดียวกันนั้นเซลล์จะใช้น้ำตาลหมดไปในทันทีทันใดอย่างกับไฟเผากองฟาง ส่งผลให้คนๆนั้นหมดเรี่ยวแรงอย่างเร็ว

 

ทางแก้ภาวการณ์น้ำตาลในเลือดต่ำด้วยแนวทางที่ง่ายสุดๆ เพียงงดเว้นน้ำอัดลม อาหารหวานที่เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงคนเดียวทั้งปวง หันมารับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เพื่อปรับสมดุลระหว่างระดับน้ำตาลในเลือดกับอินซูลิน

 

สำหรับชาวไทย เพียงแปลงจากข้าวขาวมาเป็นรับประทานข้าวกล้องถ่ายรูป ก็สามารถแก้อาการดังกล่าวข้างต้นได้ ข้าวซ้อมมือก็เลยเป็นคำตอบที่ดีสำหรับแก้ไขอาการเหน็ดเหนื่อย ไม่ว่องไว เวียนหัว เป็นลมเป็นแล้งง่าย

 

ข้าวซ้อมมือมีสารเส้นใยสูง

 

ปัจจุบันนี้ความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสารเส้นใยมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แรกเริ่มพวกเรารู้เรื่องว่า สารเส้นใยช่วยทำให้พวกเราถ่ายแค่นั้น ซึ่งหน้าที่ของสารเส้นใยมีมากยิ่งกว่านั้นอีกมากมาย

 

สามารถคุ้มครองปกป้องโรคไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน ปกป้องโรคมะเร็ง โดยยิ่งไปกว่านั้นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ด้วย ดังนี้ในทุกๆวันร่างกายอยากสารเส้นใย 20 – 25 กรัมขึ้นไป โดยพวกเราควรจะได้สารเส้นใยจากข้าว หรือของกินแป้งอื่นๆโดยประมาณกึ่งหนึ่ง อีกกึ่งหนึ่งควรจะได้จากผักแล้วก็ผลไม้

 

ผักและก็ผลไม้โดยเฉลี่ยจะมีสารเส้นใยราว 2 กรัม ต่อ 100 กรัม ด้วยเหตุดังกล่าวถ้าหากรับประทานอาหารที่มีผักรวมทั้งผลไม้วันละ 5 ส่วนบริโภค(1 ส่วน ราว 100 กรัม) ตามหลักสุขภาพ 12 ประการ พวกเราก็จะได้สารเส้นใยจากผักรวมทั้งผลไม้โดยประมาณ 10 กรัม

 

ข้าวซ้อมมือ ในจำนวน 100 กรัม หรือ 1 ทัพพี จะมีสารเส้นใย 3 กรัม โดยเหตุนี้ ufabet ถ้าหากทานข้าวกล้องถ่ายรูปวันละ 5 ทัพพี ก็จะได้สารเส้นใยอีก 15 กรัม รวมกับ 10 กรัม จากผักแล้วก็ผลไม้ แล้วเป็น 25 กรัม จากที่อยากได้ของร่างกาย

 

ผู้ที่ตัวใหญ่ มีไส้ยาวขึ้น จะรับประทานข้าวมากขึ้นเรื่อยๆเอง เมื่อทานข้าวกล้องถ่ายรูปก็เลยได้สารเส้นใยมากยิ่งกว่า 25 กรัม ซึ่งพอดิบพอดีกับความอยากของร่างกายเขานั่นเอง

 

ทานข้าวกล้องถ่ายรูปคุ้มครองปกป้องโรคท้องผูก

 

ข้าวซ้อมมือมีสารเส้นใยสูง ทำให้มีกากของกินมากขึ้นในอุจจาระ ซึ่งจะช่วยซับน้ำไว้ ทำให้อุจจาระนุ่ม ถูกถ่ายออกมาง่ายดายมากยิ่งขึ้น และก็สารเส้นใยยังช่วยกระตุ้นการบีบตัวของไส้ ทำให้ถ่ายได้ตรงตรงเวลาอีกด้วย

 

แรกเริ่ม พวกเราโดยมากจะมีความรู้สึกว่าท้องผูก ก็เพียงไม่ถ่ายเท่านั้นไม่จำเป็นเท่าไรนัก แต่ว่าในทุกวันนี้พวกเราเข้าใจดีว่า อุจจาระที่ค้างอยู่ซึ่งเป็นของเน่านั้น มีพิษที่จะถูกซับกลับไปสู่ร่างกายได้อีก โดยผ่านทางเยื่อบุลำไส้ใหญ่ อย่างที่เรารู้ๆกันดีอยู่แล้วว่า เมื่อท้องผูกผิวพรรณจะไม่เบิกบาน เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว กำเนิดแผลร้อนในในปาก แล้วก็กำเนิดสิว อาการไม่ปกติทั้งหลายแหล่นี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะว่าพิษจากอุจจาระเข้าไปคั่งในกระแสโลหิตนั้นเอง

 

จะมองเห็นได้ว่าการหมอแผนไทยให้ความเอาใจใส่มากมายในเรื่องท้องผูกจะเริ่มสั่งยารักษาที่ชอบเข้ายาระบาย เพื่อจัดการกับปัญหาพิษจากอุจจาระค้างซะก่อน ก็เลยจะรักษาโรคกันได้

 

ท้องผูก โดยมากจะเกิดขึ้นกับคนชรา ทางแก้ง่ายที่สุดเป็น ให้หันมาทานข้าวกล้องถ่ายภาพเพิ่มกากใย ทำให้อุจจาระนุ่มลง ช่วยทำให้ไส้มีแรงบีบตัวมากเพิ่มขึ้น แล้วก็ถ่ายออกมาท้ายที่สุด

 

จากประสบการณ์พบว่า คนวัยชราหรือคนที่มีลักษณะท้องผูกบางราย แม้จะกินน้ำมากมายๆรับประทานผักผลไม้จำนวนมากและตาม ท้องผูกก็